แชร์

อาหารฟื้นฟูกระต่ายป่วยมีอะไรบ้าง?

อัพเดทล่าสุด: 18 ต.ค. 2026
4 ผู้เข้าชม

อาหารฟื้นฟูกระต่ายป่วยมีอะไรบ้าง? “และใช้อย่างไร”

โดย ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล



มีผู้ถามคำถามนี้มาบ่อยมาก เคยทำแยกเป็นหมวดหมู่ให้แล้วครั้งหนึ่งใน epofclinic ครั้งนี้จึงอยากเฉพาะเจาะจงตามชนิดของอาหาร อ่านกันเยอะ ๆ ให้แตกฉาน จะได้แก้ไขปัญหาในกระต่ายได้ถูกทาง อาหารฟื้นฟูบางทีเรียก โภชนาการบำบัด (nutrition therapy) มีกระบวนการบริหารอาหารสำหรับผู้ป่วย หรือโภชนาการคลินิก (clinical nutrition) เป็นไปตามหลักโภชนศาสตร์ เพื่อเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยรวมไม่เพียงกล่าวถึงพลังงานที่เพียงพอ และมีคุณภาพสูง แต่ยังรวมถึงวิตามิน แร่ธาตุที่เหมาะสม ยังมีสารอาหารที่มีสรรพคุณเพื่อรักษาและป้องกันโรค ชะลอความเสื่อมโดยใช้อาหารทางการแพทย์ ทำให้โภชนาการบำบัดมีความหมายชัดเจนขึ้น คือการใช้บริการโภชนาการเฉพาะเพื่อทำการรักษา ในสัตว์มักนิยมใช้แก้ไขปัญหาทุพโภชนาการ ตั้งแต่การขาดพลังงาน การขาดวิตามินจำเป็นที่พบบ่อย เช่น เอ ดี อี บี ซี และแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ไอโอดีน แต่นั่นเป็นเพียงปัญหาพื้นฐานทั่วไป ในมนุษย์ใช้สำหรับโรคจำเพาะ เช่น เบาหวาน ไตเรื้อรัง ตับ ซึ่งในทางสัตวแพทย์มีการพัฒนาตามมาอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของกระต่ายซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์กินพืชมีความยากลำบากในการทำโภชนาการบำบัด เพราะเข้าใจได้ยาก แม้ว่าจะมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับสัตว์กินพืชต้นแบบมากมาย เดิมทีสมัยก่อนหมอผู้รักษาจะนำหญ้าสดหรือหญ้ามาบดป้อน บางท่านเอาอาหารเม็ดทั่วไปมาบด เอาซีเรียลมาใช้ บางตำราแนะนำการป้อนน้ำสับปะรดสำหรับโรคก้อนขนพร้อมหญ้าบด แต่พบว่าอัตราความสำเร็จในการรักษาต่ำ ล้วนยังเป็นอาหารและวิธีการที่ไม่เหมาะสมเพราะขาดความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ได้เริ่มมีการพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ 20 กว่าปีก่อนในรูปแบบอาหารฟื้นฐาน (basic foods) นั่นคือการใช้อาหาร high fiber และ cool energy ใช้เยื่อใยอาหารในระดับสูง แป้งหรือผักผลไม้หรือเมล็ดพืชสดลดลง มีการวิจัยมากมายรองรับ จึงเกิดเป็นกลุ่มอาหารตำรับฟื้นฟูเริ่มต้น และในปัจจุบันมีจุดประสงค์ชัดเจน กลายเป็นบำบัดทั้งอาการทางคลินิกในเชิงบรรเทา ประคับประคอง หรือส่งเสริมสุขภาพเพื่อการป้องกันและรักษาโรค ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และชะลอความเสื่อม

A: สูตรริเริ่ม เรารู้จัก 1: Critical Care (Oxbow) [1] กันมานานมาก เพราะใช้ร่วมการรักษาโรคในกระต่ายและสัตว์กินพืชหลายชนิด เป็นอาหารฟื้นฟูพื้นฐาน เช่นกันกับ 2: Rabbit Care 1 (Randolph) [2] ที่มีสูตรในกลุ่มเดียวกัน คุณสมบัติที่สำคัญคือมีเยื่อใยอาหารสูงจึงไปช่วยทดแทนการขาดลิกนินและเซลลูโลส ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของทางเดินอาหารส่วนท้าย และฟิวซัสโคไล (fusus coli) ที่เป็นระบบประสาทอัตโนมัติหรือพีซเมกเกอร์ ทำให้เกิดการขับถ่าย และเสริมด้วยยีสต์ชนิด Saccharomyces cereviseae ไปช่วยลดกรดแลคติกจากการใช้อาหารกลุ่มแป้งมากในสมัยก่อน จึงทำให้เกิดแบคทีเรียแลคติกจำนวนมาก (lactic bacteria) จึงเกิดกรดสูงมากในทางเดินอาหาร ทำให้เกิดความเจ็บป่วยในระบบทางเดินอาหาร ยีสต์จะไปแย่งใช้แป้งและใช้กรดแลคติกเหล่านั้นด้วย และผลิตเป็นกรดไขมันอิสระที่เหมาะสมกว่า การทำให้กรดในทางเดินอาหารลดลงอย่างรวดเร็ว ยังไปช่วยสร้างสมดุลใหม่ของจุลินทรีย์ อาการเจ็บป่วยจึงทุเลาได้ อีกตัวที่นับว่าอาจเป็นพื้นฐานคือ 3: EmerAid Herbivore Sustain (Lafeber) [3] มีแหล่งเยื่อใยสูงจากหญ้าทิโมธีเช่นกัน แต่ไม่มียีสต์หรือจุลินทรีย์อื่น ๆ แต่ตัวนี้จะเพิ่มรายละเอียดของกรดอะมิโนที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ เช่น ทอรีน และซีสเตอีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เป็นสารตั้งต้นของสารในร่างกายที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ในผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นได้ใช้กรดอะมิโนชนิดต่าง ๆ เสริมเช่นกัน แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

อาหารทั้ง 3 สูตรนี้จึงใช้ในการประคับประคองในยามเจ็บป่วยที่ดี นิยมใช้เบื้องต้นในการป้องกันและรักษา ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและให้พลังงานยามเบื่ออาหาร เป็นสูตรใช้ป้อนประจำ ที่นิยมมีประจำบ้านและประจำคลินิก


สูตรเหล่านี้ที่จริงก็นับว่าดีมากและเพียงพอแล้ว โดยกระบวนการของร่างกายเมื่อมีการปรับเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีเยื่อใยอาหารสูงจึงไปช่วยลดต้นเหตุของปัญหาเบื้องต้น ในรายที่เป็นเพียงเล็กน้อยหรือเพิ่งเกิดจึงตอบสนองทันที ในรายที่รุนแรงมากขึ้นจะตอบสนองต่อโพรไบโอติกส์ชนิดจำเพาะที่มีในอาหาร ไปลดกรดและปรับสมดุลจุลชีพใหม่ จึงช่วยให้อาการบรรเทา แต่ยังพบอาการทางคลินิกที่ยังไม่สามารถบรรเทาบางอาการ หรือยังไม่ได้แก้ไขที่สาเหตุ หรือควรจะมีสรรพคุณในการฟื้นฟูพลังงานได้ดีกว่า จึงมีการพัฒนามากขึ้นตามจุดประสงค์ มีอะไรบ้าง?

B: สูตรปกป้องลูกกระต่าย ลูกกระต่ายมีประวัติการติดเชื้อในฝูง โดยเฉพาะเชื้อบิด และในลูกสัตว์กินพืชที่หย่านมเร็ว มีผลทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ในระยะแรกของการเริ่มกินหญ้าและหลังหย่านมจึงป้อนด้วยอาหารที่มีการเสริมด้วยโมโนลอริน (Monolaurin) เป็นโมโนกลีเซอไรด์ประกอบด้วยกรดลอริค (lauric acid) และกลีเซอรอล ปรกติจะพบในนมแม่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา โปรโตซัว ไวรัส และแบคทีเรีย และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกสัตว์ ทั้งนี้สูตรจะยังมีพื้นฐานเป็น high fibers และเสริมโพรไบโอติกส์ ซึ่งมีจุลินทรีย์หลายชนิดทำงานประสานกันในการช่วยบรรเทาอาการ เพื่อให้ผ่านเงื่อนไขอาหารฟื้นฐานที่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่แล้วนอกจากใช้หญ้าทิโมธีเป็นตัวหลักในการสร้างเยื่อใยอาหาร แต่ในอาหารพิเศษจะเริ่มคำนวณที่เยื่อใยกลุ่มย่อยไม่ได้โดยตรง และเสริมส่วนเยื่อใยย่อยไม่ได้ (indigestible fibers) ที่พร่องให้ครบถ้วน มีตัวอย่างอาหารชนิดนี้ คือ Rabbit Care Monolaurin (Randolph) [4]

C: สูตรเฉพาะสำหรับภาวะลำไส้อืด (gastrointestinal hypomotility) ตัวนี้ส่วนใหญ่จะใช้เยื่อใยเฉพาะกลุ่มเข้ามาเสริม เพื่อหวังผลให้ตัวลิกโนเซลลูโลสไปกระตุ้นฟิวซัสโคไลโดยตรง หรือมีระดับของ acid detergent fibers (ADF) เหมาะสม นอกจากจะใช้หญ้าทิโมธีเป็นตัวหลัก บางชนิดยังเป็นการเสริมเยื่อใยเฉพาะเลย ทำให้เพิ่มเยื่อใยตรงจุดเพื่อกระตุ้นทางเดินอาหารทำงาน ซึ่งจะพบในอาหารฟื้นฟูของ Rabbit Care และ Herbivore Health Booster (Randolph) [5] ทุกสูตร VETREC อย่างน้อย 2 สูตร ทั้ง Herbivore Intensive Recovery (IR) [6] และ Herbivore Weight and Health Booster (VETREC) [7] และหนึ่งสูตรของ EmerAid คือ EmerAid Herbivore Intensive Care (IC) (Lafeber) [8] จะมีเพียง EmerAid Herbivore Sustain จะเน้นการใช้หญ้าทิโมธีอย่างเดียวเป็นแหล่งเยื่อใย ซึ่งไม่ได้ให้ผลที่แตกต่างกันทางคลินิก หากประเมินระดับ ADF แล้วไม่ต่างกัน และจะมีเพียงของ Randolph และ VETREC ที่มีการเสริมโพรไบโอติกส์หลายชนิด และตัวที่นิยมคือ Saccharomyces cereviseae ดังกร่าวไว้ข้างต้นว่าเป็นพื้นฐาน ซึ่งจะเหมาะกับในรายที่เกิดภาวะกรดแลคติกสะสมในทางเดินอาหารมากเกินไป จึงลดอาการได้ทันที ซึ่งใน Oxbow Critical Care ก็เสริมตัวนี้เป็นหลัก ส่วนจุลินทรีย์อื่น ๆ ในผลิตภัณฑ์ของ Randolph และ VETREC จะเน้นช่วยต้านเชื้อก่อโรค สร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยหมักอาหารร่วมกับยีสต์ดังกล่าว จึงมีผลทั้งช่วยลดความรุนแรงของโรคและกระตุ้นการขับถ่าย จากภาพรวมแต่ละตัวจะโดดเด่นใกล้เคียง จึงสามารถเลือกใช้ทุกผลิตภัณฑ์ในการแก้ไขร่วมในภาวะลำไส้อืด แต่หากเกิดภาวะเสียสมดุลจุลชีพ (dysbiosis) และลำไส้อักเสบแล้วควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์

นอกจากนี้บางผลิตภัณฑ์มีจุดประสงค์แก้ไขปัญหาต่างกันไปบ้าง ตัวที่มีผลต่อการรักษาภาวะลำไส้อืดมากที่สุด หากเปรียบเทียบจากสูตรและผลตอบสนองทางคลินิก มี 2 ชนิด เช่น 1: Randolph Rabbit Care Herb (QBA+PA Plus formula-3) [9] และ 2: VETREC Herbivore Intensive Care (IR) เพราะมีสารสกัดอัลคาลอยด์คล้าย ๆ กัน แต่ชนิดสมุนไพรและสารสกัดอาจต่างกันไป ซึ่งของแรนดอล์ฟจะเป็นพืชใกล้เคียงในตระกูลฝิ่น Macleaya cordata จึงช่วยลดความเจ็บปวดในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะตัวที่กกเป็นแม่ไก่ กัดฟัน ท้องกางมาก แตะตัวไม่ได้ ให้ช่วยบรรเทาเจ็บปวดได้ดีร่วมกับการรักษา การใช้ต่อเนื่องจะลดการใช้ยากินและฉีดลดปวดลง สารสกัด QBA และ PA ยังนับว่าเป็นสารต้านเชื้อตามธรรมชาติ ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทั้งสองผลิตภัณฑ์ยังมีสารสกัดจากมิลค์ทิสเทิล ซึ่งจะให้ฟลาโวนอยด์ ไซลิบินิน ไซลิมาริน จึงช่วยลดผลกระทบกับตับ ในภาวะตับเสื่อมแบบ hepatic lipidosis และเป็นกลุ่มช่วยกำจัดพิษ detoxification phase II ในตับ และช่วยขับสารพิษออกทางปัสสาวะ จึงมีผลลดความเสียหายที่ไตได้ ในกลุ่มของ VETREC ยังพบว่ามีกลุ่มเบต้ากลูแคนส์ ที่มาจาก autolyzed yeast จึงช่วยเรื่องเสริมภูมิคุ้มกัน และเป็นแหล่งโปรตีนฟื้นฟูคุณภาพสูงให้เพิ่มขึ้น ทั้งคู่ยังมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ

D: สูตรสำหรับอาการและโรคที่รุนแรง ที่ต้องการโปรตีนและแหล่งพลังงานคุณภาพสูง ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เข้าไทยในช่วงปีนี้ หรือเริ่มมีนวัตกรรมไม่กี่ปีก่อนมานี้ ตัวที่แนะนำว่ามีผลช่วยฟื้นฟูได้เร็วขึ้น มีหลายตัว ได้แก่ 1: EmerAids Herbivore IC (Lafeber) แม้จะได้ชื่อว่าสำหรับกินพืช แต่ได้รับความนิยมมากในการใช้ร่วมรักษาในกระต่ายในต่างประเทศและไทย เพราะเห็นผลในการฟื้นตัวชัดเจนและเพิ่มน้ำหนักได้ จะมีความใกล้เคียงกับ EmerAids Herbivore Sustain (Lafeber) ของแหล่งเดียวกัน ต่างกันที่ตัว IC จะเน้นการใช้โปรตีนเวย์แบบไฮโดรไลซ์มาแทนโปรตีนจากกากถั่วเหลือง และให้โปรตีนสูงที่สุดหรือมากกว่า 18% และเสริมเซลลูโลสเป็นแหล่งเยื่อใยอาหารแทนหญ้าทิโมธี เพราะเป็นตัวที่มีพลังงานสูงกว่าแต่ไม่ต่างกันมาก แต่แหล่งโปรตีนคุณภาพต่างกัน ทำให้สัตว์ป่วยในสูตร IC ฟื้นตัวได้ดีกว่า ข้อเด่นของ EmerAid คือการใช้กรดอะมิโนสำคัญมาร่วมในสูตรอาหารฟื้นฟู อันนี้คล้ายการฟื้นฟูในผู้ป่วยที่ใส่ใจเรื่องโปรตีนและแหล่งพลังงานคุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันและโดดเด่นมากคือ 2: Randolph Herbivore Health Booster ตัวนี้ใช้โปรตีนเวย์ไอโซเลต และได้โปรตีนจาก autolyzed yeast ที่ให้โปรตีนถึง 40% ระดับโปรตีนอยู่ในระดับสูง และเพิ่มพลังงานโดยกรดไขมันอิสระสายกลาง ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนและไขมันคุณภาพสูง จึงมีพลังงานสูงกว่าทุกผลิตภัณฑ์ และมีการใช้กรดอะมิโนชื่อ อาร์จินีน เข้ามาช่วยกระตุ้นการไหลเวียนออกซิเจน กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว แผลหายเร็ว ลดโอกาสการติดเชื้อ ซึ่งถือว่าเด่นกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ตัวนี้ยังเน้นสารสกัดช่วยบำรุงสุขภาพ ทั้งบำรุงตับและไต ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันจาก beta-glucan และอีกตัวที่โดดเด่นมากคือ 3: VETREC Herbivore Weight and Health Booster ตัวนี้เป็นนวัตกรรมล่าสุดจึงอาจได้เปรียบในการสร้างสูตร จะมีความใกล้เคียงกับ Randolph Herbivore Health Booster ที่เน้นการใช้แหล่งเยื่อใยอาหารที่สูงขึ้น ใช้เซลลูโลสปรับ ADF ร่วมกับหญ้าทิโมธีที่จะให้ความเป็นธรรมชาติอยู่ และยังได้สัดส่วนของเพกติน และเฮมิเซลลูโลส เพราะให้พลังงานสูงขึ้น เยื่อใยอาหารก็ต้องเหมาะสม เพราะการกินในปริมาณมากจะเกิดการขับถ่ายผิดปกติได้ ที่พบในอาหารโปรตีนสูงคือถ่ายออกมาเหลว (luxative effect) ทั้งสองสูตรหลังจึงเน้นการใช้ยีสต์และจุลินทรีย์อีกหลายชนิดร่วมแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งมีข้อดีที่นอกจากโปรตีนเวย์แล้วยังใช้โปรตีนจาก autolyzed yeast และเพิ่มไขมันที่เป็นแหล่งพลังงานที่ดีโดยใช้ medium chain fatty acids แทนไขมันทั่วไป เพื่อให้มีการย่อยและดูดซึมไปใช้ได้สะดวกกว่าโปรตีนและไขมันอื่น ๆ สารเสริมอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่เน้นเรื่องการบำรุงสุขภาพ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกัน และมีเพียงสองสูตรนี้ที่ใช้อาร์จินีนเป็นตัวเสริม ซึ่งจะมีผลให้สัตว์ป่วยฟื้นฟูดีขึ้น คล้ายที่พบในทอรีน และกลูตามีนที่จะพบในโปรตีนเวย์หรือมีการผสมเข้าไปในสูตรบางผลิตภัณฑ์

ใน VETREC ทั้งหมดยังเน้นเรื่องสารสกัดสมุนไพรที่กล่าวไว้ในข้อ C ทั้งที่ได้จากพืชมาคลีอายา (Macleaya) มิลค์ทิสเทิล (Milk thistle) และเพิ่มใบแปะก๊วย (Ginkgo) ที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนเลือด ช่วยให้สรรพคุณด้านการป้องกันและรักษาดีขึ้น

กลุ่มนี้ทั้งหมดของ EmerAid, Randolph และ VETREC

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy