แชร์

โรคผิวหนังในกระต่าย (Common ectoparasitic disease of rabbit)

อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2024
659 ผู้เข้าชม

โรคผิวหนังในกระต่าย

(Common ectoparasitic disease of rabbit)

โดย สพ.ญ.ภาวิดา วิภูสันติ(หมอมิ้ง)

โรคผิวหนังในกระต่ายเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ภาวะภูมิแพ้  ภาวะทุพโภชนาการ ภาวะทางจิต เนื้องอก ไม่ทราบสาเหตุ หรือเป็นมาตั้งแต่กำเนิด แต่ที่พบบ่อยโดยทั่วไป คือ การติดเชื้อปรสิต เชื้อรา และแบคทีเรีย

โดยอาการทางคลินิกที่เจ้าของมักเป็นกังวลและพามาตรวจคือ คัน และขนร่วง อาการเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่ไม่ชัดเจนนัก ซึ่งมีรายงานการสำรวจพบว่ากระต่ายที่ติดเชื้อปรสิตภายนอกมีอายุตั้งแต่ 4 สัปดาห์จนถึง 10 ปี



โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อปรสิต (Ectoparasite) เช่น ไรขน-ผิวหนัง  ไรในหู หรือแม้กระทั่งการติดเชื้อปรสิตชนิดอื่นจากสุนัขและแมว

1.โรคไรขน-ผิวหนัง (Rabbit fur mites) 

มีสาเหตุมาจาก Cheyletiella parasitovorax หรือเรียกว่า  walking dandruff ทำให้เกิดอาการคัน ขนบางลง ผิวแห้ง หรือรังแคสีขาวกระจายทั่วไป ซึ่งโดยปกติกระต่ายไม่ควรมีรังแคบนผิวหนัง เพราะกระต่ายจะทำความสะอาด (grooming) ตัวเองตลอดเวลา แต่หากสังเกตเห็นรังแคอาจเป็นไรขน สัตวแพทย์จะพิจารณาการตรวจโดยขูดตรวจผิวหนัง หรือการใช้สก๊อตเทปใสแปะตรวจ  จะสามารถเห็นทั้งตัวไรและไข่ได้  




ภาพที่ 1 กระต่ายขนร่วงและมีรังแคบนผิวหนังที่มีสาเหตุมาจากไรขน



ภาพที่ 2 การขูดตรวจผิวหนัง (Skin scrape)

 


2.โรคไรในหู (Rabbit ear mite) 

มีสาเหตุมาจาก Psoroptes cuniculi ทำให้เกิดสะเก็ดบนใบหูด้านนอก ขี้หูหรือสะเก็ดจะหนา และมีการอักเสบ โดยเอาขี้หูไปตรวจก็จะเห็นตัวไร ในบางตัวเกิดช่องหูด้านนอกอักเสบ (otitis externa) หรือบางตัวอาจแสดงอาการทางระบบประสาทเกิดหัวเอียง (Head tilt) เพราะ tympanic membrane ทะลุผ่านเยื่อแก้วหูชั้น media และ externa และไรชนิดนี้สามารถมีชีวิตอยู่รอดภายในธรรมชาติได้นานถึง 21 วัน



ภาพที่ 3 ตัวไรในหู Psoroptes cuniculi

 (เครดิต : https://www.dechra.co.uk)



ภาพที่ 4 กระต่ายที่มีใบหูด้านนอกมีสะเก็ดหนาที่มีสาเหตุมาจาก Psoroptes cuniculi             

 (เครดิต: http://medirabbit.com)

3.โรคขี้เรื้อนแห้ง หรือเรียกว่า Sarcoptic mange 

มีสาเหตุจาก Sarcoptic scabiei และ Notoedres cati โดยสามารถจำแนกความแตกต่างได้จากก้นของตัวไร ทำให้มีอาการคันอย่างรุนแรง และการกระจายของโรคมักอยู่ตามบริเวณที่มีบนเบาบาง เช่น ใบหู รอบตา  รอบปาก หรือแม้กระทั่งรอบอวัยวะเพศ ทำให้เกิดผิวหนังอักเสบที่เป็นตุ่มคันบริเวณรอบหัว คอ และลำตัว สามารถติดต่อไปยังสัตว์ที่สัมผัสใกล้ชิด มีผลต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น เช่น หนูตะเภา เฟอเรต สุนัข แมว และมนุษย์



ภาพที่ 5 บริเวณง่ามเท้าของกระต่ายที่มีลักษณะหนาตัวจากการติดไรขี้เรื้อนแห้ง            

(เครดิต: http://www.medirabbit.com)

4.หมัด (fleas) 

กระต่ายที่อยู่กับสุนัขหรือแมวอาจถูกสัมผัสกับ Ctenocephalides มีทั้งหมัดกระต่าย Spilopsyllus cuniculi  หมัดสุนัข Ctenocephalides canis และหมัดแมว Ctenocephalides felis ซึ่งสามารถเจอในกระต่ายได้ทั้งหมด



ภาพที่ 6 หมัดกระต่าย Spilopsyllus cuniculi

(เครดิต: http://britishfleas.myspecies.info)

ปรสิตภายนอกในกระต่ายโดยมักจะเป็นรักษาด้วยยาในกลุ่ม Ivermectin, Selamectin,  imidacloprid โดยการเลือกใช้ชนิดของยา ขนาด และปริมาณขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสัตวแพทย์ และความรุนแรงของอาการนั้นๆ โดยช่วงเวลาการรักษาอยู่ในช่วง 2 ถึง 8 สัปดาห์ หากกระต่ายมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น แนะนำให้มาพบสัตวแพทย์นะคะ พร้อมแนะนำให้แยกเลี้ยงจากกระต่ายตัวอื่นๆ รวมถึงพาตัวอื่นในบ้านมาหยดยาป้องกันการติดต่อจากปรสิตภายนอก เพื่อสุขภาพขนที่แข็งแรง

ด้วยความปรารถนาดีจาก..โรงพยาบาลขวัญคำ


บทความที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้างและสูตรฟัน ในสัตว์ฟันแทะ
หมอแก้ว:ผศ.น.สพ.ดร..สมโภชน์ วีระกุล
10 เม.ย. 2024
Malocclusion in Rabbit ภาวะการสบฟันที่่ผิดปกติในกระต่าย
สพ.ญ. นฤภร ลี่อำนวยเจริญ โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ
20 เม.ย. 2024
EP1. ถึง EP2. วิเคราะห์ผลการวางยาสลบกระต่าย (พอสังเขป) ชนิด ขนาดและผล
โดย ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
11 เม.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy