แชร์

ปั้นไก่ชนให้มีค่า VO2 Max สูง ด้วย HIIT (ep.2)

อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2024
375 ผู้เข้าชม

ปั้นไก่ชนให้มีค่า VO2 Max สูง ด้วย HIIT (ep.2)

ผศ.น.สพ.ดร. สมโภชน์ วีระกุล (อ. แก้ว)

ผู้ที่จะอ่านบทความนี้ควรได้อ่านเรื่อง VO2 Max ในไก่ชนก่อน จะได้มีพื้นความเข้าใจ ว่าเหตุใดความแข็งแกร่งจึงสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการใช้ออกซิเจน นั่นคือการนำไปใช้ในการผลิตพลังงานแบบใช้ออกซิเจนได้ดียิ่งขึ้นในวัฏจักรเครปส์ จนกระทั่งถึงจุดสิ้นสุดของความสามารถในการใช้ออกซิเจน

จากบทดังกล่าวจะพบว่าไก่ต๊อก (Guineyfowl) ที่ฝึกวิ่งบนลู่ จะมีค่า VO2 Max สูง มีเฉลี่ย 97 +/- มล./กก/นาที สูงกว่าไก่ต๊อกตัวอื่นและมนุษย์ที่แกร่งที่สุดด้วยซ้ำ และไก่ชนที่ถูกฝึกซ้อมเป็นอย่างดี ย่อมได้ค่าที่สูงกว่านี้ได้

เมื่อสามารถวัดระดับ VO2Max ในสัตว์ปีกได้ไม่ต่างกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และการวิจัยชี้ว่าการได้มาของประสิทธิภาพการใช้ออกซิเจนมีแนวโน้มเดียวกัน การสร้าง VO2 Max ในไก่ชน จึงมีสมมติฐานว่าจะมีหลักการเดียวกัน ซึ่งจะผสมผสานหลักคิดแต่ละแนวมาให้อ่าน ดังต่อไปนี้

ฝึก HIIT!

ไก่ชนส่วนใหญ่มีการฝึกตามหลักการ HIIT อยู่แล้ว แต่เราอาจไม่ได้ตั้งใจและบังเอิญเข้ากับหลักการกีฬา

HIIT คือ High Intensity Interval Trainning เป็นการฝึกความเข้มข้นสูง หัวใจจะเต้นสูงกว่าการฝึกแบบอื่นและพุ่งขึ้นเร็วในระยะเวลาสั้น และทำการหยุดพักให้หัวใจเต้นลดลงหรือฟื้นตัว แล้วทำซ้ำๆ ในคนจะเพิ่ม 85-90% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (HRmax)โดยเป็นการเพิ่ม VO2 Max ที่มีประสิทธิภาพ ใช้เวลาน้อยลงกว่าการซ้อมไปเรื่อยๆที่มีความเข้มข้นคงที่ หรือต่ำถึงปานกลาง อย่างเช่นการฝึกแบบ Cardio ที่อัตราการเต้นของหัวใจที่ 50-70% HRmax เรามักกำหนดในระดับโซนแอโรบิก เพื่อนำออกซิเจนมาใช้สร้างพลังงานและใช้ไขมันเป็นหลัก ใช้เวลานานจะได้ความอึดทนทาน อย่างไรก็ตาม บางรายงานกล่าวว่าทั้งสองรูปแบบสามารถเพิ่ม VO2 Max เพิ่มขึ้นได้ไม่ต่างกัน แต่มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ทั้งรูปแบบและระยะเวลาในการฝึก อย่างไรก็ตาม ตามหลักการแล้ว การจะเพิ่มระดับประสิทธิภาพให้สูงขึ้น การซ้อมต้องเข้มข้นเพื่อให้กระบวนการใช้พลังงานแบบใช้ออกซิเจนยังเกิดขึ้นได้แม้การเต้นของหัวใจยังเต้นอยู่ในโซนสูง หรือจนกว่าจะหมดประสิทธิภาพนี้ไป นั่นคือฝึกในโซนที่เป็น anerobic หรือใช้พลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจนหรือกระบวนการไกลโคไลสิส ซึ่งการใช้พลังงานทั้งสองแบบจะผสมผสานกันไปตลอด ขึ้นกับประสิทธิภาพการใช้ออกซิเจนนั่นเอง และตราบใดที่ร่างกายยังใช้ออกซิเจนสันดาปพลังงานได้ ความอึดและทนทานย่อมสูงกว่า มาเพิ่มรายละเอียดให้เข้าใจมากขึ้น

 

ในไก่ชนซ้อมแบบ HIIT จะเพิ่มความความไวปราดเปรียว และประสิทธิภาพการใช้พลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน (anerobic) หรือความทนต่อกรดแลคติกที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือด (lactate threshold: LT) ได้นานยิ่งขึ้น ผสมกับประสิทธิภาพการใช้ออกซิเจนในอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงได้ คนที่ฟิตจะมีการใช้ออกซิเจนได้ดีแม้ว่าโซนหัวใจจะสูงแล้ว หรือบางทีกล่าวว่าการใช้ HRmax มากำหนดเสียทีเดียวไม่ได้ บางคนอาจเต้นเกินโซนแอโรบิกตามที่ถูกกำหนด แต่กลับมีประสิทธิผลด้านพลังงานจากออกซิเจนอยู่ จึงกล่าวว่าเพื่อความเป็นเลิศ ให้มองข้าม HRmax ทำให้ร่างกายสามารถใช้ออกซิเจนสร้างพลังงานได้แม้ว่าหัวใจอาจจะเต้นไปที่ 90% แล้วก็ตาม ดังนั้นจึงควรฝึกให้ lactate threshold อยู่ที่ระดับหัวใจเต้นสูงๆ (LTHR) ยิ่งฟิตมากระดับนี้จะเข้าใกล้ HRmax และเวลาพัก หรือผ่อนความเร่งลง หัวใจจะฝึกปรับตัว เต้นลดลง ทำให้ฟื้นตัวและหายเหนื่อยเร็ว ในคนเขาจะใช้การสังเกตว่าเมื่อไรจะเป็นช่วงที่เกิด LT หรือการเพิ่มขึ้นของกรดแลคติก คือการพบการหายใจหอบ เพราะเป็นกลไกการปรับตัวของร่างกายในการบัฟเฟอร์ภาวะกรดเกินในเลือดโดยหายใจเพิ่มเพื่อระบายคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเกิดระยะสั้น เป็นการปรับสมดุลในช่วงเริ่มต้น เรียก ventilatory threshold (VT)

ในกรณีที่การแข่งขันนั้นๆ เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องอาศัยความเร็ว และประสิทธิภาพการใช้ออกซิเจนแม้ว่าหัวใจจะพุ่งขึ้นสูง การฝึกแบบนี้จึงตอบโจทย์ ที่ไม่ใช่แค่ความอึดทนทานอย่างเดียว

การฝึกแบบ interval จะช่วยให้ร่างกายปรับตัว และกล้ามเนื้อทนทานต่อการเพิ่มขึ้นของกรดแลคติกเพิ่มขึ้น เช่น การเร่งความเร็วหรือทำกิจกรรมที่มีความเข้มข้นหนักหน่วงให้หัวใจเต้นสูงขึ้นทันที ในระยะเวลาสั้น และพักเพื่อฟื้น แต่เพียงเสี้ยวเดียวของช่วงกิจกรรม เช่น เร่งความเร็วนาน 12 นาที แต่พักเพียง 3 นาที หรือหนัก 30 วินาที พัก 10 วินาที หรือ 10 วินาที พัก 10 วินาที ขึ้นกับความหนักหน่วงของกิจกรรม ทำหลายๆยก ตามความสามารถ จะทำให้ร่างกายคุ้นเคยการสะสมของแลคติกและการกำจัด แม้ว่าจะไม่สามารถกำจัดให้หมดในเวลาพัก แต่จะเพิ่มความเร็วในการฟื้นตัวและความทนทานได้ แต่ไม่ควรมากจนไปทำลายกล้ามเนื้อเป็น exertional myopathy ซึ่งพบได้บ่อยในไก่ชนหลังไปชนอย่างหนัก

ปกติร่างกายจะใช้พลังงานทั้งแบบใช้และไม่ใช้ออกซิเจนผสมผสานกัน ผ่านกระบวนการไกลโคไลสิสและวัฏจักรเครปส์ ซึ่งขึ้นกับความหนักหรือความเข้มข้นของกิจกรรม เมื่อร่างกายเข้าสู่ lactate threshold คนที่ฟิตรวมไปถึงพวกนกวิ่งและนกอพยพ จะอดทนในระยะที่กรดแลคติกสะสมได้นานและมีการกำจัดได้ดี แต่ถ้าหนักเป็นเวลานานเกินความฟิต จะถึงจุดสูงสุดของการไม่สามารถสร้างพลังงานแบบใช้ออกซิเจนได้แล้ว จะหนักขึ้นกว่าระดับ LT เรียกว่าอยู่บนจุดสูงสุดของ aerobic capacity ก็คือ VO2 Max การฝึกในระยะนี้จึงสำคัญ หนีไม่พ้นการฝึกซ้อมแบบ HIIT นั่นเอง การซ้อมอย่างไรจะเหมาะกับความสามารถนักกีฬาหรือไก่ชนก็ขึ้นกับโค๊ชแล้ว

อ่านต่อ: มีอะไรที่ช่วยเพิ่ม VO2 Max ได้อีกบ้าง นอกเหนือจากการซ้อม...


บทความที่เกี่ยวข้อง
โด้ปชนิดเจลนี้ใช้ในไก่ชนได้จริงหรือ? ด้วย "BTW Gel Booster for Birds" โดย ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล
โด้ปชนิดเจลนี้ใช้ในไก่ชนได้จริงหรือ?ด้วย "BTW Gel Booster for Birds" โดย ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล
12 เม.ย. 2024
คำถามจากเว็ป Epofclinic
ตอบโดย ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล
20 เม.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy