แชร์

ภาวะกลูโคสในกระแสเลือดต่ำในกระต่าย เกิดขึ้นได้หรือไม่ ควรป้อนกลูโคสหรือไม่?

อัพเดทล่าสุด: 20 เม.ย. 2024
878 ผู้เข้าชม

ภาวะกลูโคสในกระแสเลือดต่ำในกระต่าย เกิดขึ้นได้หรือไม่ ควรป้อนกลูโคสหรือไม่?
ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล
มีคำถามบ่อยครั้งและมักมีการจัดการที่อาจไม่เหมาะสมในทางคลินิกเมื่อพบว่ากลูโคสในกระแสเลือดต่ำ ทำให้หมอหลายคนวิตกกังวลและรีบให้กลูโคสป้อน เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากกลูโคสไม่เพียงพอ แต่เป็นการจัดการที่ผิดพลาดหรือไม่ เราจึงต้องทราบตั้งแต่ค่าเลือดปรกติ ภาวะหรือสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นตามปรกติ จึงจะสามารถประเมินได้ว่าเมื่อไรจึงจะถือว่าภาวะกลูโคสต่ำเป็นภาวะผิดปรกติที่ต้องแก้ไข และควรแก้ไขด้วยวิธีใดที่ไม่ใช่การป้อนกลูโคส สิ่งที่เกิดขึ้นในสุนัขและแมวจึงไม่อาจจะนำมาใช้ในกระต่ายและสัตว์ที่กินพืชทั้งหลายได้เสมอ
ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจากรายงานต่างๆ มีช่วงที่ค่อนข้างกว้าง พบอยู่ระหว่าง 4.2 to 8.2 mmol/l (Gillett 1994, Campbell 2004, Jenkins 2006) เทื่อเทียบกับสุนัขจะมีช่วงที่แคบกว่า คือ 3.3 mmol/L to 6.2 mmol/L ที่เป็นเช่นนี้เชื่อว่าเป็นลักษณะของสัตว์กินพืชที่มีการสร้าง การเก็บ การสลาย และนำไปใช้น้ำตาล กลับไปกลับมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการได้จากแหล่งพลังงานอื่นๆ จากการหมักย่อยพืช ยกตัวอย่างในวัว 1.89 to 6.05 mmol/L และม้า 4.49 mmol/L การพบน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้นหรือต่ำลงในสัตว์กินพืช ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลในภาวะปรกติ เพราะมักเกิดขึ้นได้ยากเนื่องจากสัตว์กินพืชจะสร้างองค์ประกอบหลักคือกรดไขมันอิสระเป็นพลังงานหลัก และมีการใช้พลังงานจากแหล่งนี้เป็นหลัก การพบน้ำตาลในกระแสเลือดมากขึ้นในกรณีที่มีความเครียดและมีการหลั่งคอร์ติซอล สามารถทำให้เกิดกระบวนการสร้างกลูโคสเพิ่มขึ้นได้ และถูกนำไปใช้อย่างรวดเร็วผ่านกระบวนการสลายกลูโคสเป็นไพรูเวตและแลคเตส แม้จะพบมีการสะสมของแลคเตสเพิ่มขึ้นแต่จะเป็นเพียงระยะสั้น และยังพบว่าการได้รับเยื่อใยอาหารจากพืชมีผลไปลดน้ำตาลในกระแสเลือดลงได้ ในการศึกษาของ Harcourt-Brown & Harcourt-Brown (2012) ในกระต่ายจำนวน 907 ตัว ไม่พบมีตัวที่ป่วยจากเบาหวานเลยแม้แต่เพียงตัวเดียว แม้ว่าจะพบภาวะ severe hyperglycemia (> 20 mmol/l) ได้และถือว่าอันตราย และในตัวที่มีค่าสูงพบสัมพันธ์กับภาวะลำไส้อุดกั้น ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการไม่กินอาหารและนำเอาไขมันและไกลโคเจนที่สะสมในตับออกมาใช้ จะพบค่าน้ำตาลที่สูงในระยะแรก และอาจจะลดลงอย่างรวดเร็วกลายเป็นภาวะต่ำลง กรณีเช่นนี้ให้ระมัดระวังคีโตสิส (ketosis) มากกว่า และข้อมูลเบื้องต้นจากการศึกษาของ Harcourt-Brown & Harcourt-Brown (2012) ในภาวะกลูโคสในกระแสเลือดต่ำมักมาจากอาการเบื่ออาหารเช่นกัน
ซึ่งได้บรรยายเรื่องนี้ให้สัตวแพทย์และนักศึกษาฟังอยู่เสมอว่าภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในกระต่ายมักจะเป็น anorexia induced hypoglycemia และควรแก้ไขที่สาเหตุเบื้องต้นเป็นหลัก ไม่ใช่การป้อนน้ำตาล เพียงแต่เฝ้าระวังอาการและแก้ที่สาเหตุ ป้อนอาหารฟื้นฟูที่เหมาะสมสำหรับสัตว์กินพืช โดยผ่านกระบวนการรักษาและแก้ไขด้วยวิธีต่าง ๆ ตามสาเหตุที่พบก็เพียงพอ นอกจากนี้พบว่าการเกิดน้ำตาลต่ำในสัตว์กินพืชจะเกิดได้ยากมาก หรือเพียงร้อยละ 1.76 เท่านั้น และมักเกิดในกรณีไม่กินอาหารหรือขาดการหมักย่อยเป็นหลัก ซึ่งสัมพันธ์กับโรคในระบบทางเดินอาหารที่จะพบเป็นประจำ ได้แก่ ภาวะลำไส้อืด และการอุดกั้นในทางเดินอาหารเช่นกัน ที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและเบื่ออาหารเป็นอาการเฉพาะ คิดเป็นร้อยละ 100 (Butsurin, 2014) และเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลูโคสต่ำในกระแสเลือด นอกจากนี้ยังพบจากการเกิดเนื้องอกเซลล์เบต้าในตับอ่อนได้ (insulinoma) แต่พบน้อยมาก พบเพียง 1 รายใน 16 รายที่พบรายงานภาวะกลูโคสต่ำ (Harcourt-Brown & Harcourt-Brown, 2012) โดยจะมีอาการเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อ่อนแรง เดินไม่สัมพันธ์ และชัก (Foxx et al., 2022) และยังพบว่าการเกิดการเปลี่ยนแปลงไขมันจากภาวะไขมันพอกตับสามารถทำให้เกิดปัญหาน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำได้ เมื่อกระต่ายใช้ไกลโคเจนที่สะสมไว้จนหมด ทั้งจากความเครียด และการหลั่งอะดรีนาลีน ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ก็มักจะมีผลมาจากอาการเบื่ออาหารและป่วยด้วยโรคในระบบทางเดินอาหารเป็นปัจจัยโน้มนำ
การแก้ไขภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แม้จะสามารถแก้ไขได้ด้วยการป้อนกลูโคสในสัตว์ชนิดอื่นๆ และช่วยแก้ไขภาวะฉุกเฉิน แต่ในกระต่ายที่ไม่ควรป้อนกลูโคสโดยการกินนั้น นอกจากพบว่ากระต่ายมีการสร้างแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ใช้กรดไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก หรือการนำแลคเตสกลับมาใช้ในกระบวนการ Cori cycle ผ่านการเปลี่ยนเป็นไพรูเวตและสร้างกลูโคสขึ้นมาใหม่ (gluconeogenesis) และเพราะสาเหตุมักจะมาจากโรคในระบบทางเดินอาหาร การแก้ไขสาเหตุสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยปรกติการให้อาหารฟื้นฟูผ่านการป้อนในรายที่เริ่มควบคุมอาการความเจ็บปวดได้แล้ว จะสามารถทุเลาอาการได้เช่นกัน และหากกังวลใจควรให้สารอาหารผ่านทางเส้นเลือดแทนได้ ข้อควรระวังในการป้อนน้ำตาลกลูโคส (รวมทั้งผลไม้ น้ำผลไม้ และน้ำผึ้ง) เนื่องจากน้ำตาลจะไปเร่งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียแลคติก (lactic acid bacteria) จะเริ่มเจริญเติบโตมากขึ้นในทางเดินอาหารในกรณีเกิดภาวะลำไส้อืด ซึ่งสัมพันธ์กับอาหารที่ไม่เหมาะสมที่เป็นสาเหตุหลัก และเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกรดในทางเดินอาหาร เกิดภาวะลำไส้อักเสบร่วมกับการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ได้เช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลร้ายจากนิ่วในเต่าบก (ซูคาต้า เรเดียต้า ดาว เสือดาว) อาจมากกว่าที่เห็น!
โดย สพ.ญ.กมลรัตน์ โพธิ์สุวรรณ (หมอฝน) และ ผศ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล (อ.แก้ว) โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ ขอนแก่น
12 เม.ย. 2024
มาทำความรู้จักกับโรคฟันในกระต่าย
โดย น.สพ.อัครภัทร บุตรสุรินทร์ (หมอโต้ง)
10 เม.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy