แชร์

"ไรในกระต่าย (Mites in rabbit)"

อัพเดทล่าสุด: 20 เม.ย. 2024
1680 ผู้เข้าชม

"ไรในกระต่าย (Mites in rabbit)"
โดย สพ.ญ. วรานันทน์ รู้ทวีผล (หมออุ้ม)


หากว่าด้วยปรสิตภายนอกที่พบมากในกระต่าย หนีไม่พ้นปรสิตในกลุ่ม ไร (mites) ทำให้กระต่ายมีอาการคัน ผิวหนังเป็นสะเก็ด และเกิดการอักเสบของผิวหนัง มีทั้งชนิดที่ไม่ก่อและก่อให้เกิดอาการทางคลินิก ชนิดที่ก่อโรคนี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ หากล่าช้า อาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของกระต่าย ตลอดจนสุขภาพของผู้เลี้ยง
ไรที่พบได้บ่อบในกระต่าย
ไรในหู (Psoroptes cuniculi)
เป็นไรในหูชนิดที่สามารถพบได้บ่อยที่สุดในกระต่าย โดยเป็นสาเหตุหลักที่เหนี่ยวนำให้เกิดช่องหูชั้นนอกอักเสบ (otitis externa) กระต่ายที่ติดไรชนิดนี้จะแสดงอาการคันร่วมกับพบสะเก็ดสีน้ำตาลบริเวณด้านในรูหูและขอบหูเป็นหลัก อาจพบรอยโรคดังกล่าวที่บริเวณใบหน้า ต้นคอ รวมถึงบริเวณอวัยวะเพศ
ไรขี้เรื้อน (Sarcoptes scabiei var cuniculi)
หรือที่เรียกกันว่า itch mite เป็นปรสิตภายนอกที่เจาะเข้าไปในผิวหนัง อาศัยอยู่ 3-4 สัปดาห์ ในผิวหนังของโฮสต์ ไรกินน้ำเหลืองและเซลล์เยื่อบุผิวที่ลอก กระต่ายจะแสดงอาการคันมากโดยพบรอยโรคเป็นสะเก็ดหนา (hyperkeratosis) ที่บริเวณใบหน้า เท้า รวมถึงบริเวณอวัยวะเพศ อย่างไรก็ตาม ตัวไรชนิดนี้สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยคนที่ติดจะพบตุ่มตามผิวหนังบริเวณแขนขาร่วมกับมีอาการคัน
ไรขน (Cheyletiella parasitovorax) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า walking dandruff อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่บนชั้นเคราตินของหนังกำพร้า ทำให้เกิดเปลือกแข็งและเกิดตะกรัน ไม่มีอาการแสดงทางคลินิก อย่างไรก็ตาม เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของกระต่ายถูกทำลายทั้งทางร่างกายและจิตใจ อาจทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในกระต่ายอายุน้อยหรือสูงวัย
อาการทางคลินิกในระยะเริ่มแรกอาจไม่รุนแรง โดยมีผิวหนังแห้ง สีขาว เกรอะกรังเล็กน้อยระหว่างสะบักและขยายไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อปล่อยทิ้งไว้ อาการจะระคายเคืองและคันอย่างมากต่อกระต่ายโดยมีขนร่วงเป็นหย่อมๆ
Cheyletiella เป็นโรคจากสัตว์สู่คนและอาจมีแผลที่ผิวหนังที่แขน มือ และคอของเจ้าของ
การรักษาและป้องกัน
รักษาด้วยกลุ่มของ spot-on topical หรือรูปแบบยาหยอดหลังหากเป็นเยอะอาจพิจารณาร่วมกันกับรูปแบบฉีด ขึ้นกับการตัดสินใจของสัตวแพทย์ และความรุนแรงของโรคนั้น โดยช่วงเวลาการรักษาอยู่ในช่วง 2 ถึง 8 สัปดาห์ หากกระต่ายมีลักษณะรอยโรคข้างต้น แนะนำให้พบสัตวแพทย์ และแนะนำให้แยกเลี้ยงจากกระต่ายตัวอื่นๆ รวมถึงนำน้องกระต่ายมาหยอดยาเพื่อป้องกันปรสิตภายในทุกเดือน


บทความที่เกี่ยวข้อง
การหายของแผลในไก่ชน
โดย หมอพี (น.สพ. พงศ์ภัค พิทักษ์พล) และ อ.แก้ว (ผศ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล)
12 เม.ย. 2024
ผลร้ายจากนิ่วในเต่าบก (ซูคาต้า เรเดียต้า ดาว เสือดาว) อาจมากกว่าที่เห็น!
โดย สพ.ญ.กมลรัตน์ โพธิ์สุวรรณ (หมอฝน) และ ผศ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล (อ.แก้ว) โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ ขอนแก่น
12 เม.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy